อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ไปที่เดียวเที่ยวได้ครบ

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นอุทยานที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้มาก และไม่อนุญาตให้เอกชนเข้าไปข้องเกี่ยวในบริเวณพื้นที่อุทยาน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวผู้นิยมชมชอบในการเดินป่าที่มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสองจังหวัด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ทั้งหมดราว 600,000 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2515 พื้นที่ของอุทยานจะมีลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงสลับป่า และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญในหลายจังหวัดเช่น แม่น้ำเลย แม่น้ำพอง แม่น้ำป่าสัก เป็นต้น จากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติจึงทำให้อุทยานแห่งนี้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย รวมทั้งนกต่างๆ อีกทั้งมีพันธุ์ไม้หายากอีกหลากชนิด ส่วนสภาพภูมิอากาศที่นี่จะเย็นสบายตลอดปีและเย็นจัดในฤดูหนาว มีอุณหภูมิลดลงถึงขั้นเกิดแม่คะนิ้ง

บริเวณอุทยานนอกจากจะจัดเส้นทางเดินป่าให้นักท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวงดงามตามธรรมชาติหลายแห่งทั้งป่าไม้ น้ำตกและถ้ำ ที่สำคัญๆ ดังนี้

cold_water

– ถ้ำใหญ่น้ำหนาว เป็นถ้ำหินปูนบนเขา ภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและมีช่องสำหรับแสงสว่างให้สามารถสาดส่องเข้าไปในถ้ำตามธรรมชาติ ความใหญ่และความลึกของถ้ำแห่งนี้ทำให้ยังไม่มีการสำรวจอย่างทั่วถึง

Tham_Pha_Hong

– ถ้ำผาหงษ์ เป็นถ้ำหินปูนบนเขาเช่นเดียวกับถ้ำใหญ่น้ำหนาวแต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงาม บริเวณยอดเขาของถ้ำนี้สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานน้ำหนาวได้

Sai_Thong_Waterfall

– น้ำตกทรายทอง เป็นน้ำตกที่ร่มรื่นและสวยงาม กว้างราว 30 เมตร สูงราว 4 เมตร

– น้ำตกเหวทราย เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งนี้ บริเวณน้ำตกมีหินยื่นออกมาคล้ายหลังคาและมีต้นไม้ปกคลุมร่มรื่น

Tat-Tram-Dam

– น้ำตกตาดพรานบา น้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำไหลตลอด สูงราว 20 เมตร มีสองชั้น

– สวนสนภูกุ่มข้าว เป็นป่าสนสามใบที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ

– สวนสนบ้านแปก เป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ และประกอบไปด้วยทุ่งหญ้ารายล้อม

– ป่าเปลี่ยนสี เป็นป่าผลัดใบที่จะเปลี่ยนสีในช่วงฤดูหนาวประมาณธันวาคมถึงมกราคม จะเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติทำให้ผืนป่ามีสีทองสวยงามตามธรรมชาติ

Phu-Pha-Jit-pic

– ภูผาจิต เป็นเส้นทางการเดินชมป่าที่ลำบากแต่งดงามที่สุด มีพืชพันธุ์ไม้ที่หายากและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ที่เป็นที่นิยมของนักเดินป่า ลักษณะคล้ายภูกระดึงเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า

นอกจากที่กล่าวไปแล้วข้างต้นยังมีอีกหลายสถานที่กระจัดกระจายไปทั่วอุทยานรอให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมความงดงาม นอกจากนั้นทางอุทยานยังมีเส้นทางส่องสัตว์และธรรมชาติที่คุณจะสามารถพบสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด เช่น เก้ง กวาง ช้าง เป็นต้น โดยอุทยานจะมีเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการ

ส่วนทางด้านที่พักนั้นทางอุทยานมีบ้านพักไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยาเพียง 800-3,200 บาท และมีเต็นท์ให้เช่า หรือหากนำเต็นท์ไปเองก็ย่อมได้ อัตราค่าบริการเข้าชมอุทยานต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท เป็นการท่องเที่ยวที่ประหยัดและคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

ไบซันยุโรป สัตว์ป่าสงวนในโปแลนด์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์

จากผลการสำรวจของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ประกาศออกมาถึงรายชื่อสัตว์ป่าสงวนในยุโรปที่ถูกคุกคามทั้งที่สูญพันธุ์แล้วและใกล้สูญพันธุ์ หนึ่งในนั้นก็คือกระทิงใบซัน (Bison Banasus) ในประเทศโปแลนด์ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสัตว์ชนิดนี้กันค่ะ

Bison_baby

ไบซันยุโรป เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์เดียวกับกระทิงและควาย อาศัยอยู่ในทวีปยุโรป ไบซันได้เคยมีนามเรียกขานว่า จักรพรรดิแห่งพงไพร เพราะด้วยความที่เจ้าสัตว์ชนิดนี้มีความสูงกว่า 2 เมตร และหนักได้ถึง 1 ตัน ลักษณะโดยทั่วไปไบซันจะมีช่วงลำตัวค่อนข้างกว้างและด้านหลังเล็ก มีหนอกนูนขึ้นมาบริเวณหลังต้นคอ ใบหน้ามีขนยาวเครายาวรุงรัง ส่วนบริเวณทั่วลำตัวจะมีขนสั้นๆ ไบซันเป็นสัตว์ที่คล่องแคล่วปราดเปรียว และคุณสมบัติอันนี้ทำให้นักล่าสัตว์ยิ่งรู้สึกท้าทายว่าหากผู้ใดกำราบมันได้จะถือว่ามีความสามารถสูง จึงทำให้พวกมันเป็นที่นิยมของเหล่าพรานในโปแลนด์เป็นอย่างมาก ที่น่าใจหายคือมันเคยสูญพันธุ์ไปจากป่าโปแลนด์ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 1919 แต่ยังโชคดีที่ขณะนั้นในสวนสัตว์เอกชนยังมีมันอยู่ จึงได้ขยายพันธุ์เพิ่มและประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวน

bison_small

ในช่วงศตวรรษที่ 16 กษัตริย์แห่งโปแลนด์ได้พยายามออกกฎหมายพิทักษ์ไบซันมาครั้งหนึ่งถึงขั้นว่าหากใครล่าจะต้องโทษขั้นประหารชีวิตแต่ก็หาได้ประสบความสำเร็จไม่ ก็ยังมีการออกล่าอยู่เรื่อยๆ จากประชากรทั้งในประเทศและในแถบใกล้เคียงอย่างรัสเซีย ในศตวรรษที่ 19 หลังจากมีการสำรวจประชากรไบซันทั่วยุโรปและพบว่ามันลดน้อยลงเต็มที สหภาพยุโรปจึงร่วมกันก่อตั้งสมาคมระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองไบซันยุโรป เมื่อปี 1923 และมีการนำจำนวน  ไบซันที่มีอยู่ในสวนสัตว์ทั่วโลกที่แข็งแรงและเป็นสายพันธุ์แท้มาขยายพันธุ์ จากการสำรวจในศตวรรษที่ 20 ก็พบว่าทั่วโลกมีจำนวนประมาณ 2,900 ตัว เฉพาะที่ประเทศโปแลนด์มีทั้งหมด 700 ตัว จึงมีการนำไบซันไปปล่อยในภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการขยายพันธุ์ของไบซันในยุโรปอีก เช่น เบลารุส รัสเซีย ยูเครน

cow_bison

อย่างไรก็ตามแม้ว่ามนุษย์จะพยายามที่จะช่วยเหลือไบซันที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลกเพียงใด แต่ก็ยังมีความบกพร่องตามธรรมชาติทั้งโรคภัยทางพันธุกรรมและจากสภาพแวดล้อมสภาพอากาศ ก็ทำให้ไบซันต้องจบชีวิตลงเป็นจำนวนไม่น้อย ที่สำคัญที่สุดการลักลอบล่าไบซันก็ยังเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เป็นสาเหตุหลักและสำคัญที่ทำให้ไบซันลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากมนุษย์ยังคงล่าชีวิตสัตว์ป่าเพียงเพื่อสนองความต้องการความสนุกของตนเองอยู่เช่นนี้ สักวันหนึ่งเราคงไม่ได้ยินชื่อ ไบซันยุโรป จักรวรรดิแห่งพงไพรไปตลอดกาล

ทะเลหมอกแสนสวยเกิดขึ้นได้อย่างไร

สำหรับเมืองร้อนอย่างเราที่มีฤดูหนาวแสนสั้นเหลือเกิน เมื่อเวลานั้นมาเยือนเหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างพากันจับจองที่พักและเดินทางไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอยหรือภูเขา เพื่อสัมผัสกับความเย็นและความงดงามของทะเลหมอก แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าทะเลหมอกแสนสวยที่ใครๆ ต่างก็พากันหลงใหลในมนต์เสน่ห์ความงดงามที่ราวกับละอองปุยนุ่นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับทะเลหมอกมาฝากค่ะ

Mist_pic

                ทะเลหมอกคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

                ทะเลหมอก คือ มวลหมอกสีขาวจำนวนมากที่ลอยอยู่ในระดับต่ำกว่าเมฆ ทำให้มองดูคล้ายทะเลจึงเป็นที่มาของคำว่าทะเลหมอก ซึ่งความเป็นจริงแล้วหมอกกับเมฆก็เหมือนกัน ที่เรียกต่างก็เพราะเมฆอยู่ในระดับสูงและหมอกอยู่ในระดับต่ำเท่านั้นเอง

Sea_Fog_pic

                หมอก เกิดจากการลดลงของอุณหภูมิในมวลอากาศบริเวณนั้นจนต่ำกว่าจุดน้ำค้าง ทำให้อากาศอิ่มตัวกลายเป็นไอน้ำ และไอน้ำกลั่นตัวออกมาเป็นละอองน้ำขนาดเล็กสีขาวที่เราเรียกว่าหมอกนั่นเอง ส่วนการเกิดทะเลหมอกในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหุบเขาหรือดอยต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมนั้น ก็เกิดจากปรากฏการณ์คล้ายๆ กันคือ มีการคลายอุณหภูมิความร้อนของบริเวณนั้นทั้งจากพื้นดิน ต้นไม้ หรือภูเขา ส่งผลให้อากาศบริเวณนั้นเย็นขึ้นเมื่อถึงเวลาดึกขึ้นอุณหภูมิเริ่มลด อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่อากาศอิ่มตัวเกิดไอน้ำ ไอน้ำก็จะเกิดปรากฏการณ์ควบแน่นออกมาเป็นละอองน้ำสีขาวทั่วไปในหุบเขาเป็นทะเลหมอกอันงดงามที่เราเห็นกันนั่นเอง โดยสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกับการเกิดทะเลหมอกนั้นต้องมาจากอากาศที่หนาว ไม่มีลมแรงที่จะพัดพาไอน้ำให้หายไป เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถพบกับทะเลหมอกได้ไม่ยาก และทะเลหมอกนั้นจะอยู่ให้คุณได้ชื่นชมความงามได้นานแค่ไหน ก็จะมีปัจจัยที่ทำให้หมอกสลายตัวอันเนื่องมาจากความร้อนและกำลังลม เพียงแค่พระอาทิตย์มาเยือนและแผ่รังสีอุณหภูมิความร้อน ทะเลหมอกเหล่านี้ก็จะระเหย กลายเป็นไอน้ำตามปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ และหากมีลมแรงพัดพาทะเลหมอกเหล่านั้นก็จะสลายหายตัวไปไวยิ่งขึ้น

sea_of_fog

                อย่างไรก็ตาม ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะนิยมชมชอบในความงามของทะเลหมอกกันเป็นอย่างมาก แต่หมอกเหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในกรณีของนักบิน ซึ่งหากเกิดทะเลหมอกในขณะบินก็จะทำให้ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกมาก็หลายครั้ง แม้การขับรถขึ้นเขาก็เช่นกัน หากพบว่าเกิดหมอกหรือทะเลหมอกจนมองไม่ชัดเจน จนไม่สามารถมองเห็นทัศวิสัยข้างหน้าได้ ก็ควรหาที่จอดที่น่าจะปลอดภัยที่สุดและเปิดไฟเพื่อให้เพื่อนร่วมทางเห็นได้ชัดเจน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้ด้วย