ประวัติของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตามจังหวัดต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชมธรรมชาติ ความสวยงามของทัศนียภาพของป่าเขายากที่จะอธิบายได้ ซึ่งคงต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ อย่าง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเองก็นับว่าเป็นหนึ่งในอุทยานที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้ง แต่ถึงกระนั้นเราก็อยากให้ทุกๆ คนได้ลองมาศึกษาประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาตินี้สักเล็กน้อย สร้างความรู้จัก คุ้นเคยก่อนที่จะไปสัมผัสกันตัวต่อตัวสถานที่จริง

ก่อนไปเยือนมาทำความรู้จักกันก่อน

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีเนื้อที่ประมาณ 935,625 ไร่ กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เรียกว่ากว้างใหญ่มากจริงๆ ที่นี่เป็นอุทยานที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ขั้นสุด เป็น 1 ใน 5 อุทยานแห่งชาติที่อยู่ในโครงการเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 นั่นคือ โครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่พบว่าภายในอุทยานนั้นมีพื้นดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้ง ป่าเขาช้างเผือก ป่าเขาพระฤาษี ป่าเขาห้วยเขย่ง และป่าเขาบ่อแร่ รวมถึงพื้นน้ำซึ่งอยู่เหนือเขื่อนเขาแหลม ทัศนียภาพทั้งหมดสวยงาม มีสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะแก่การจัดตั้งเป็นอุทยานฯ ให้ผู้คนได้มาศึกษาหาความรู้อย่างยิ่งยวด

ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ในส่วนของลักษณะภูมิประเทศนั้น อุทยานแห่งชาติฯ แห่งนี้ มีความสูงอยู่ที่ 100 -1700 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินดินดาน หินปูนและหินทราย เทือกเขามีความสลับซับซ้อนจึงเกิดแหล่งน้ำลำธารหลายสาย เช่น แม่น้ำบิคี่ใหญ่ ห้วยเกรียงไกร ห้วยท่ามะเดื่อ ห้วยเกริงกะเวีย แม่น้ำรันตี ฯลฯ ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมและแม่น้ำแควน้อยไป โดยเขตพื้นน้ำ อย่าง อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเขาแหลมได้เริ่มกักเก็บในปี 2527 คิดเป็นร้อยละ 25.92 ของพื้นที่ภายในอุทยานแห่งชาติฯ เลยทีเดียว

news-site-Khao-Laem-National-Park-History

สำหรับลักษณะภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะมีครบ 3 ฤดู โดยแบ่งออกเป็น ฤดูร้อนเป็นช่วงสั้นๆ ระหว่างเดือนมีนาคม – กลางเดือนพฤษภาคม เฉลี่ยอุณหภูมิอยู่ที่ 37 – 38 องศาฯ ฤดูฝนช่วงกลางเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม (ตกหนักมากช่วงเดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคม) และสุดท้ายฤดูหนาวช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 14 องศาฯ

สัตว์ป่าและพรรณพืชในอุทยานแห่งชาติฯ

สัตว์ป่าที่ร่วมอาศัยภายในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมมีมากกว่า 268 ชนิด พบมากจะเป็น เก้ง พญากระรอกดำ กระจ้อน อีเห็นธรรมดา ค้างคาวเล็บกุด ชะนีมือขาว นกเสือแมลงหัวขาว นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ นกปรอดดำ/คอลาย/เหลืองหัวจุก นะกะรางหัวหงอก เหยี่ยวแมลงปอขาแดง คางคกบ้าน กิ้งก่าแก้ว จิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบ ตุ๊กแกบ้าน งูลายสาบ เขียดจิก กบอ่อง ฯลฯ ในส่วนของพื้นน้ำ อย่าง ลำธารต่างๆ หรืออ่างเก็บน้ำก็จะพบกับสัตว์น้ำจืด เช่น ปลาซิงหางกรรไกร ปลากระทุงเหว ปลาชะโด ปลาสลาด ปลาค้า ปลาแขยงหิน ปลากด ปลาไส้ตันตาแดง ฯลฯ

ส่วนพรรณพืชที่มีก็มากมายเช่นกัน ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมมีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณ จึงมียืนต้นขึ้นหนาแน่น แต่ละพื้นที่จะแตกต่างออกไป เช่น คล้ายป่าดงดิบจะอยู่บริเวณริมลำห้วยหรือตามร่องห้วยต่างๆ ฯลฯ ส่วนมากป่าจะพบอยู่ตามทิศตะวันตกและตะวันออก พรรณไม้ที่พบ เช่น แคยอดดำ อินทรชิต พิเภก เปล้าใหญ่ หว้า ฯลฯ พรรณพืชล่าง เช่น เข็มป่า เต่าร้าง ชะอม ฯลฯ รวมถึงมีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม (ถูกบุกรุกทำลายให้กลายเป็นพื้นที่เกษตร)

การท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติเป็นสิ่งดี แต่ถึงอย่างไรเราควรปฏิบัติตามคำแนะนำของอุทยานแห่งชาติฯ เสมอ ไม่ควรแหกกฎ บุกรุก เก็บเกี่ยวพรรณพืช รบกวนสัตว์ป่าต่างๆ แม้จะเป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

ประวัติอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)

สำหรับใครที่เป็นสายเที่ยวพิพิธภัณฑ์หรืออุทยาน สัมผัสความงามสมัยโบราณกาล มีอยู่ที่หนึ่งที่อยากแนะนำเป็นอย่างมาก อย่าง อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือเรียกสั้นๆ ว่า อุทยาน ร.2 บอกเลยว่าเดินเที่ยวชมทั้งวันไม่มีเบื่อ แต่อย่าเพิ่งรีบออกเดินทางมา  เอาเป็นว่าก่อนชมของจริงลองไปศึกษาประวัติกันหน่อยดีกว่า ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเดินเที่ยว

พาไปรู้จัก “อุทยาน ร.2”

ในส่วนของอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือเรียกสั้นๆ ว่า อุทยาน ร.2 นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นโครงการภายใต้มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เฉลิมพระเกียรติให้กับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่สุดแสนจะงดงามไว้ให้เป็นมรดกแห่งชาติไทยเรา จนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก

เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม นั่นคือ พระราชสมุทรเมธี ได้เป็นผู้น้อมเกล้าฯ ถวายพื้นที่ให้ทำการก่อสร้างอุทยานแห่งนี้ขึ้นมา ด้วยเนื้อที่ประมาณ 11 ไร่ นับเป็นพื้นที่สำคัญเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชสมภพ หรือเกิดนั่นเอง

news-site-History-of-the-Royal-Park

โดยภายในอุทยานแห่งนี้ได้แบ่งโซนต่างๆ ไว้ทั้งหมด 6 โซน ดังนี้

  1. โซนลานจอดรถ

โซนแรกนี้ใครๆ ก็ผ่านกันแล้ว อย่าง โซนลานจอดรถที่จะอยู่บริเวณหน้าอุทยานฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ขายบัตรเข้าชม และพื้นที่ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟสด ร้านขายของที่ระลึก แหล่งศึกษาเรือนไทยโบราณ ที่มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว รวมถึงพิพิธภัณฑ์ขนมไทยแบบจำลอง ที่จะมีหาบขายขนมเอย ทั้ง ข้าวต้มมัด น้ำแข็งไส ขนมในขวดโหลเอย ขนมในหม้อดินเอย วางให้ผู้เข้าชมได้อมยิ้ม ถ่ายรูปสวยงาม ซึ่งบรรยากาศจะเปรียบเสมือนเราอยู่ในอดีต ภาชนะที่ใส่ ช้อน ชาม โหลแก้ว ฯลฯ คือของในอดีตทั้งสิ้น

  1. โซนติดแม่น้ำกลอง

โซนที่ 2 จะเป็นในส่ว่นที่อยู่ติดกับแม่น้ำกลอง จะมองเห็นภาพวิวทิวทัศน์ผืนน้ำใหญ่ไพศาล ให้เราได้ถ่ายรูปเก็บภสพบรรยากาศต่างๆ ซึ่งที่นี่มีเรือประพาสอุทยานจอดอยู่ด้วย

  1. โซนอาคารทรงไทย

เป็นโซนที่ห้ามพลาดเลยเชียว ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บ่งบอกวิถีชีวิตในอดีตสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แบ่งออกเป็น หอชาย ที่ใส่ความเป็นอยู่ของชายไทย มีอาบ โล่ การละเล่น อย่าง หมากสภา การร่ำเรียนที่สมัยนั้นจะให้เฉพาะผู้ชายทำเท่านั้น ต่อมาเป็นหอหญิง ตกแต่งให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของหญิงไทย การจับจีบ เครื่องใช้เด็ก ต่อมาเป็นหอกลาง จำลองหุ่นขี้ผึ้งการใช้ชีวิต มีห้องพระ ห้องนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ศิลปะโบราณวัตถุ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีชานเรือน และตำแหน่งศิลาฤกษ์ด้วย

  1. โซนอาคารเรือนไทย 9 หลัง

ภายในจะเป็นการเก็บรวบรวมพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยะภาพด้านต่างๆ ของ ร.2 มีประดิษฐานพระบรมรูป สื่อมัลติมิเดีย และศาลาทรงงานจำลอง อย่าง พระที่นั่งสนามจันทร์

  1. โซนโรงละครกลางแจ้ง

จะเป็นโซนที่ใช้จัดการแสดงประเภทต่างๆ เช่น ละคร โขน ดนตรีตามบทที่ ร.2 ได้ประพันธ์ไว้ รวมทั้งการแสดงท้องถิ่นเนื่องในโอกาสต่างๆ ด้วย

  1. โซนสวนพรรณไม้

ปิดท้ายด้วยโซนสวนพรรณไม้ในวรรณคดีเรื่องต่างๆ เป็นพันธุ์ที่หายาก ไว้ศึกษาและอนุรักษ์ ทั้งยังมีงานประติมากรรมวางโชว์ เช่น รูปหล่อตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ สังข์ทอง และไกรทอง ที่พระองค์ได้พระราชนิพนธ์ไว้

ศึกษาข้อมูลเหล่านี้แล้วสนใจอยากเดินเที่ยวชมอุทยานฯ ก็สามารถไปกันได้ โดยที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ราคา 40 บาท และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 ซม. ในราคา 20 บาท ถือว่าไม่แพงเลยจริงๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้เห็น ได้รับกลับไป

แนะนำอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ นครสวรรค์

เป็นแหล่งธรรมชาติสวยงาม รายล้อมไปด้วยหุบเขาสูงใหญ่ ปกคลุมด้วยป่าไม้เขียวขจี นี่ถือเป็นคำจำกัดความที่ดีสุดของ ‘อุทยานแห่งชาติแม่วงก์’ ที่มียอดเขาโมโกจูที่สูดสุดของอุทยาน (more…)

แนะนำอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ

เขาพระวิหารเป็นสถานที่ๆ ถูกพูดถึงอย่างมากแห่งหนึ่งของไทย เนื่องจากในบริเวณเป็นรอยต่อที่เชื่อมระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชา และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีปัญหากความขัดแย้งกันอีกด้วย (more…)

แนะนำอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ เป็นพื้นที่ป่าที่กว้างถึง 3 แสนไร่ แต่เดิมเคยเป็นวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 8,750 ไร่ หลังจากได้มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ (more…)

แนะนำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี

ถ้าอยากจะหาดูสัตว์ป่าหายากคงไม่มีที่ไหนจะอุดสมบูรณ์ไปกว่าที่ ‘เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง’ จังหวัดอุทัยธานี สถานที่แห่งนี้ถือเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า (more…)

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง คืออะไร

หนึ่งในสถานที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ‘เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง’ สถานที่อันเขียวขจีเหล่านี้ มีพื้นที่มากถึง 1,619,280 ไร่ (more…)

อุทยานแห่งชาติไทรทอง คือที่ใดของประเทศไทย

‘อุทยานแห่งชาติไทรทอง’ ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ เป็นอีกหนึ่งอุทยานที่มีชื่อเสียงมาก โดยในช่วงต้นฤดูฝนผืนป่าจะมีความสวยงามจากพืชผลนานาพันธ์ (more…)

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ธรรมชาติที่คุณถามหา

ประเทศไทยเรานี้ถือว่าดีมากเรื่องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เพราะไทยเรามีเยอะและหลากหลายมากทั้งภูเขา และทะเล เรามีหมดหากจะเป็นภูเขาก็ต้องขึ้นไปทางเหนือ (more…)

ทำความรู้จัก อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา

พูดถึงคำว่า ดอย เชื่อว่าเราทุกคนคงคิดถึงภาคเหนืออย่างแน่นอน คำว่า ดอยในภาษาเหนือ หมายถึงภูเขา ยอดเขาสูงที่เกิดขึ้นในภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ (more…)